วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

เหนือสิ่งอื่นใด จงมีความเชื่อในสัญชาติญาณที่ดีในการใช้เวลากับเด็กๆ
และชื่นชมความเป็นเอกลักษณ์ ในความไม่เหมือนใครของเขา
สนับสนุนลูกหลานให้เป็นนักอ่าน
              •อ่านหนังสือออกเสียงดังให้ลูกฟังบ่อยๆ เท่าที่จะเป็นไปได้ จำไว้เสมอว่า เด็กทุกอายุชอบฟังการอ่านออกเสียงแม้เขาจะอ่านออกเสียงก็ตามก็ให้อ่านให้ฟังอย่างต่อเนื่องไปจนโต
               •สนทนาเล่าให้ฟังถึงเรื่องที่เราอ่าน ภาษา และความคิดที่จะพัฒนา เมื่อเด็กๆมีโอกาสได้พูด
               •ให้เด็กๆอ่านออกเสียงให้เราฟังด้วย ทำให้เป็นเรื่องสนุกสนาน
               •ทำบัตรห้องสมุด และพาไปห้องสมุดบ่อยๆ ในสัปดาห์ที่พิเศษ
               •มั่นใจว่าเด็กทุกคนมีหนังสือเป็นของตนเอง และเชิญชวนญาติมิตรให้ของขวัญเป็นหนังสือ
              •ชักชวนให้เด็กๆ อ่านหนังสือให้เพื่อนฟัง พี่น้องคุณปู่คุณย่าจะได้รู้เรื่องที่เราชอบ
              •ให้ผู้ใหญ่เป็นตัวอย่างโดยให้ดูหนังสือที่สะสม สิ่งพิมพ์ต่างๆ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือตำราอาหาร ฯลฯ
              •เปิดโอกาสให้เขียน  เขียนรายงานของที่จะจ่ายตลาด ส่งจดหมายขอบคุณ เขียนบันทึกสั้นๆถึงญาติ
หรือสะสมหนังสือรายสัปดาห์
             •ดูรายการโทรทัศน์ที่เหมาะสมจำกัดเวลาและเลือกรายการดีที่จะดูโดยดูด้วยกันแล้วให้มีการวิภาควิจารณ์รายการด้วยกัน
            •มีส่วนร่วมใกล้ชิดกับโรงเรียน ถ้าแสดงความสนใจ เด็กๆจะรู้จักการเชื่อมโยงสัมพันธภาพได้ดี เห็นความสำคัญและการชื่นชมการสนับสนุนของผู้ปกครอง
          •ฟังเด็กๆพูดการรับฟังสิ่งที่เขาพูดอย่างเคารพจะช่วยให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองในขณะเดียวกกันก็พัฒนาการใช้ภาษาด้วย
•บอกรับนิตยสารสำหรับเด็ก เช่น National Geographic World เป็นต้น (อายุ ๘ – ๑๓ ปี)


บทบาทครู

บทบาทของครู
               เชื่อมโยงประสบการณ์ที่เด็กมีอยู่เดิมให้สัมพันธ์กับกิจกรรมที่จัดขึ้น ซึ่งอาจเป็นการเล่าเรื่องที่เด็กเคยพบเห็น การเปิดโอกาสให้เด็กพูดจากความคิดหรือประสบการณ์ในขณะฟังเรื่องจากหนังสือที่ครูเลือกและ จัดหาหนังสือที่เหมาะกับวัยไว้ในชั้นเรียนเพื่อให้เด็กมีโอกาสหยิบมาอ่านหรือพลิกดูเสมอเพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยกับภาพความคิดและตัวหนังสือ ครูไม่จําเป็นต้องสอนให้เด็กอ่านออก         หรือ  เขียนอีกทั้งไม่ถูกบังคับให้เขียนตัวพยัญชนะ, คํา และ ประโยคตามที่ครูสั่ง
การประเมินผล
              ครูพิจารณาจากการสังเกต การบันทึก การเก็บร่องรอยทางภาษาของเด็กขณะทํากิจกรรมต่างๆ และการสะสมชิ้นงาน เป็นการประเมินการเรียนรู้ภาษาจากสภาพจริง (authentic forms of assessment) มีประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กมากกว่าการใช้แบบทดสอบทางภาษา 
เทคนิคที่ ไม่ควร นำมาใช้ในการสอนภาษา
          - เน้นความจำ
          - เน้นการฝึก
          - ใช้การทดสอบ
          - สอนแต่ละทักษะแยกจากกัน
          - การตีตราเด็ก
          - ใช้แบบฝึกที่เป็นกระดาษและดินสอ เส้นจุดประ
          - ไม่ยอมรับความผิดพลาด
          -สอนภาษาเฉพาะในเวลาที่กำหนด
          - ช่วงการสอนภาษาจะจำกัดเวลาและให้เป็นช่วงเวลาเงียบๆ ไม่ใช้เสียง
          - จำกัดวัสดุ อปกรณ์ อาจเหลือเพียงแบบฝึก ดินสอ หนังสือ แบบเรียน
          - ทำให้การเรียนภาษาเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย
เทคนิคที่ ควร นำมาใช้ในการสอนภาษา
          - สอนในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ
          - สอนสิ่งที่มีความหมายสำหรับเด็ก
          - สอนจากสิ่งที่รู้ไปสู่สิ่งที่ไม่รู้
            - บูรณาการเข้ากับสาขาวิชาอื่น
          - ให้โอกาศเด็กทุกคนเรียนรู้ภาษา
          - ใช้ความคิดและถ้อยคำของเด็ก
          - ยอมรับการคาดเดาของเด็ก
          - ให้โอกาศเด็กอย่างมากมายในการใช้ทักษะต่างๆ
          - จัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ
          - ทำให้การเรียนรู้น่าสนใจและสนุกสนาน
ตัวอย่างกิจกรรมการสอนภาษา
          1. เด็กได้ยินอะไร                    ฟังเสียงจากนาฬิกา กล่องดนตรี กระดิ่ง ฯลฯ
          2. เดาซิฉันคือใคร                   ทายปัญหา เช่น ฉันตัวใหญ่ จมูกยาว มีเขี้ยว ฯลฯ
          3. ใครหายไป                        หาคนที่ชื่อขึ้นต้นด้วย...
          4. กล่องความรู้สึก                   กล่องขนาดใหญ่ ข้างหนึ่งเปิด อีกข้างหนึ่งเป็น                                                                   พลาสติกใส ให้เด็กคลำ ของภายในแล้วเล่าว่ารู้สึกอย่างไร
          5. เหมือน/แตกต่าง                 สิ่งของหลายชนิดที่มีความแตกต่างกันทั้งด้านสี            
              จับคู่/การจำแนก               รูปร่าง ขนาด ฯลฯ แล้วบรรยายลักษณะ
          6. ฉันสืบหา                         ฉันสืบหาคนใส่เสื้อลาย ฯลฯ
         7. เกมเดา                         เดาหาคำตอบ เช่น ฉันมีบางอย่างที่นิ่ม สีขาว เบา                                                               บางครั้งเมื่อฉันได้รับ บาดเจ็บ ฉันต้องใช้มันทำความสะอาด
          8. เสียงสะท้อน                      พูดตามที่ฉันพูด
          9. โทรศัพท์                          สนทนาพูดคุย
            10. เกมกระซิบ                             บอกคนต่อไปว่าท่านได้ยินอะไรมา
          11. หาเสียง                         ซ่อนของที่มีเสียง
          12. ทำท่าใบ้                        แสดงท่าทางโดยไม่ต้องใช้คำพูด
          13. ล่าหมี                           เกมลำดับเหตุการณ์ตามทางเดินเพื่อล่าหมี
          14. เขียนเรื่องตาม                  เขียนตามสิ่งที่เด็กพูดคำบอกของเด็ก
          15. สนทนาและบอก               เล่าเรื่องจากภาพที่ตนวาด เกี่ยวกับภาพวาด
          16. การเดินทางสมมุติ              เดินทางโดยรถไฟและได้เห็นสิ่งต่างๆ
          17. เติมคำในช่องว่าง               ฉันชื่อ..........ฉันรัก..........
          18. ตบมือเป็นจังหวะ               ตบมือตามแบบที่กำหนด
          19. ชมรมการอ่าน                  มีคนอ่านหนังสือกี่เล่มให้คุณฟัง (รวมถึงภาพวาด)
          20. บันทึกคำสนทนา               เทปบันทึกเสียง
          21. คนนำข่าว                       นำข่าวไปบอกคนอื่น
          22. บรรณารักษ์                     ตั้งกฏระเบียบ เซ็นชื่อ จำนวนหนังสือที่ยืมได้ในมุมห้องสมุด
มุมหนังสือ
          23. การเล่นบทบาท                เช่น ที่สถานีรถไฟ ตั๋วเดินทางไปไหน ตั๋วกี่ใบสมมุติ                                                                        ราคาเท่าไหร่
          24. บุรุษไปรษณีย์                   ส่งจดหมาย
          25. เกมฝึกความจำจากการมอง              จับคู่/ตัวอักษร
          26. ทำหนังสือ                               วาดภาพ เขียนคำ เขียนเรื่อง
            27. เครื่องพิมพ์ดีด                         พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ดีด
          28. ตำราอาหาร                                จัดทำรายการอาหาร
          29. ทำเครื่องหมาย                           ร้านค้า เครื่องหมายจราจร ห้องน้ำ ทางออก
          30. การใบ้พยัญชนะ                   หาตัวอักษร จับคู่ตัวอักษร การนำตัวอักษรมาจัดเรียงกันเป็นคำ
          31. การไปซื้อของ                            รายการสิ่งของที่ต้องการ
          32. จับคู่คำกับสิ่งของ                        จับคู่ของสิ่งของ ฉลาก
          33. รายการของประเภทสิ่งของ           ผลไม้ ผัก ของใช้ใสครัว ฯลฯ
          34. ส่วนผสมการประกอบอาหาร          ชื่อ ปริมาณส่วนผสม วัตถุดิบ เครื่องปรุง    
          35. การเขียนจดหมาย                     ชื่อ ที่อยู่ ข้อความ
          36. รายการอาหาร                       อาหารและราคา ของหวาน เครื่องดื่ม อาหาร                         
              ของภัตตาคาร                                  ประเภท แกง ผัด ยำ อาหารว่าง
          37. บันทึกการออกเสียง                ออกเสียงกันว่าจะรับประทานอาหารข้างนอกหรือข้างใน
          38. แต่งเรื่อง                        แต่งเรื่องเป็นกลุ่มหรือเดี่ยว
          39. เซ็น (ชื่อ) ด้วยรูปภาพ          ชื่อ          ชื่อสกุลของเด็ก
          40. บัตรเชิญ                        วันเกิด งานเลี้ยง
          41. โน้ตของคุณ                        เรื่องที่ขอบคุณ ขอบคุณใคร
          42. การคิดคำ                       ลอกคำ บอกคำเพื่อในห้อง
          43. ชื่อร้าน                          ร้านสีฟ้า ร้านสุกี้
          44. ฉลากสิ่งของ                    จับคู่ของเล่น
            45. อ่านเรื่องจากครู              อ่านให้เด็กฟัง
          46. อ่านจากเพลง                   เพลง แต่งเพลง
          47. อ่านจากเรื่องต่างๆ             คุ้นเคย ไม่คุ้นเคย
          48. อ่านจากชื่อ                     ชื่อสี ชื่อเด็ก
          49. แสดงตามเรื่อง                  เรื่องคุ้นเคย เรื่องที่แต่งขึ้นมา
          50. คำแนะนำ                      อ่านคำแนะนำ ตำรา ให้คำแนะนำและบันทึก
          51. แผนที่                           วาดแผนที่ เดินตามแผนที่
        52.หมายเลขโทรศัพท์         191หมายเลขโทรศัพท์ บ้านโรงเรียนการเรียนรู                                                       เมื่อหมุนหมายเลขโทรศัพท์
          53. ที่อยู่                             ที่อยู่ตนเอง

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

กิจวัตรประจำวัน ในห้องเรียนแบบภาษาแนวธรรมชาติ – ระดับเด็กเล็ก



หัวข้อเรื่อง : โรงเรียน                                 วันที่ :
          กิจวัตรประจำวัน  ในห้องเรียนแบบภาษาแนวธรรมชาติ – ระดับเด็กเล็ก
๘.๓๐ – ๙.๐๐ น. เริ่มชั้นเรียน
          เมื่อเด็กๆอยู่ตามลำพังให้เริ่มต้นด้วยการส่งเสริมให้เด็กๆรู้จักรับผิดชอบการเรียนรู้ของตน ด้วยการเลือกกิจกรรมเอง อย่างอิสระ   โดยที่ครูไม่จัดงานหรือกิจกรรมที่โต๊ะนั่ง  แต่เด็กๆจะเลือกกิจกรรมเหล่านี้เองตามความสนใจในศูนย์การเรียนต่างๆที่ครูแนะนำ  โดยเขียนบันทึกสิ่งที่ต้องการ  สิ่งที่ที่ชอบ หรือเลือกอ่านหนังสือทั่วไป  อาจแลกเปลี่ยนหนังสือนิตยสาร
๙.๐๐ – ๙.๔๕ น. คณิตคิดคำนวณ
          หัวข้อ : ใช้แท่งไม้เป็นอุปกรณ์ในการคิดคำนวณ เด็กๆจะจับคู่กันสองคนและเขียนโจทย์เขียนคำตอบ ตามคำสั่งการแก้โจทย์ปัญหาที่ให้ลงในกระดาษ แล้วกลับมานำเสนอและสรุปกับกลุ่มใหญ่
๙.๔๕ น. – ๑๐.๐๐ น.  (พัก) อาหารว่าง
๑๐.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. การเรียนรู้ภาษา
          อุ่นเครื่อง – ใช้เทคนิคเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อให้เด็กปรับอารมณ์และอยู่ในความสงบ พร้อมที่จะเรียนเรื่องภาษาต่อ โดยใช้โคลงกลอน เพลง การเคลื่อนไหว ให้เชื่อมโยงกับหน่วยที่เรียนด้วยการช่วยกันอ่าน
 ( Shared Reading) โดยมีครูแนะนำหนังสือประจำสัปดาห์
          อ่านหนังสือ ออกเสียง เช่น “โรงเรียน” หลังจากอ่านแล้วให้พูดคุยกันในเรื่องที่อ่าน
          เขียนลงในตารางบันทึกของตนเอง(Reading Response Logs) แล้วจึงพูดถึงนักเขียน คนแต่งหนังสือในมุมนักเขียน นักเขียนประจำสัปดาห์ ครูอ่านชื่อหนังสือแล้ว แนะนำผู้แต่งหนังสือ เล่าประวัติให้เด็กๆฟัง และแนะนำเล่มอื่นๆให้เขาด้วย
          หนังสือทั้งหมดจะวางไว้ในมุมตลอดสัปดาห์ มุมการเรียนรู้ ครูแนะนำมุมทั้ง ๖มุม เดินไปทุกมุมมีกิจกรรมหรืองานที่ให้ทำโดยใช้เวลามุมละประมาณ ๒๐ นาที  เด็กๆควรจะเข้ามุมประสบการณ์อย่างน้อย ๓ มุมจาก ๖ มุม ถ้ายังมีเวลาเหลือก็เลือกเพิ่มอีก ๑ มุม
          กลุ่ม ๑ – บทเรียนในการอ่านหนังสือ (คือความรู้ ข้อมูล จากวรรณกรรม) ใช้สำเนาบทความหรือเรื่องจากหนังสือ และชี้ให้เด็กๆเห็นว่า เราได้ข่าวสารมากมายจากหนังสือเหล่านี้ และมองเห็นระหว่างความจริงกับนิทาน นิยาย โดยการสนทนาด้วยกัน
          กลุ่ม ๒ – เพื่อนอ่านให้ฟัง ใช้เสียงค่อยๆอ่านหนังสือของนักเขียนประจำสัปดาห์โดยไม่ให้รบกวนเพื่อน
          กลุ่ม๓ – มุมวิทย์ ใช้รูปและบัตรสร้างประโยคเรื่องวงจรน้ำที่ถูกต้อง เขียนผังแสดง
          กลุ่ม ๔ – บัตรคำศัพท์ เด็กๆสร้างบัตรคำกันเองตามเรื่องวงจรของน้ำ จับคู่และเรียงบัตรแยกบัตรในแบบต่างๆไล่เรียงอักษร ตามสรรพนาม คำกริยา
          กลุ่ม ๕ – มุมศิลปะ ทำหนังสือรูปทรงไว้ใช้ในงานบันทึก เรื่องการทำน้ำให้สะอาด ไว้ใช้ในโรงเรียน เมื่อออกไปทัศนศึกษา
          กลุ่ม ๖ – มุมการฟัง (ใส่แถบบันทึกเสียง) เด็กๆฟังเทปที่ครูจัดทำสำเนาไว้ โดยอาจมีเสียงครูพูดถึงการออกแบบหนังสือของเด็กๆ และของนักเขียนหลายๆ เช่น กรุณาสังเกตห้องเรียนครูด้วยอะไรคือความจริงจากที่เรียนวงจรน้ำ
๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. อาหารกลางวัน
๑๓.๐๐ – ๑๔.๐๐ น.    ( พักนอนในชั้นอนุบาล ๑ – ๒ ส่วนอนุบาล ๓ จัดมุมให้นอนงีบตามความต้องการของเด็ก)
          เรียนเนื้อหาตามหัวเรื่อง (วิทย์ : เน้นวงจรของน้ำ การระเหย ) เพื่อให้วิทย์กับหัวข้อเรื่องโรงเรียนเชื่อมโยงกันได้ โดยใช้หนังสือ The Magic School Bus as the Waterworks ครูเริ่มอ่านในช่วงแรก และให้เด็กๆอ่านตามในบทต่อๆมา กลุ่มย่อยสังเกตการระเหยของน้ำ โดยใส่น้ำในภาชนะไว้เปรียบเทียบกัน อันหนึ่งปิดฝา อีกอันหนึ่งเปิดฝา เป็นต้น
๑๔.๐๐ – ๑๔.๓๐ น. อ่านในใจ
          เด็กๆเลือกหนังสือ เล่มสองเล่ม และอ่านในใจ ที่มุมหนังสือสบายๆ ฝึกอ่านไม่คุยกัน ไม่พลิกหนังสือดังๆ ให้นั่งอยู่กับที่ไม่ลุกไปไหนระหว่างอ่าน อ่านเขียนประจำวัน
 ๑๔.๓๐  – ๑๕.๑๐ น. กิจกรรมพิเศษ
          พบครูพละและลงเล่มสนามใหญ่
๑๕.๑๐ – ๑๕.๓๐ น. ทบทวนก่อนกลับบ้าน
          เด็กๆ มานั่งรวมกันกลางห้องบนพื้น ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งวันที่ผ่านมา แล้วเตรียมวางแผนสำหรับวันต่อไป อธิบายการบ้านที่ให้ทำ (อ่านหนังสือ ๒๐ นาที )
          ปิดวันเรียนด้วยคำพูดที่สนุกสนานหรือลับสมอง การทายปัญหาก่อนกลับ โดยครูหรือเด็กก็ได้

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

ตัวอย่างเทคนิคนิทาน



นิทานเล่าไปตัดไป เรื่องกระต่ายกับปลาวาฬ
       เดิมทีนิทานเรื่องกระต่ายกับปลาวาฬนี้ไม่มี แต่เป็นเรื่องที่แปลงมาจาก “กระต่ายกับผู้อยากข้ามทะเล” เป็นนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น เรื่องเดิมนั้นกระต่ายใช้เล่ห์กลหลอกปลาฉลามว่าใครจะมีเพื่อนมากกว่ากัน โดยกระต่ายกระโดดไปหลังปลาฉลามทีละตัวแล้วแกล้งนับ เมื่อข้ามทะเลไปยังเกาะที่ต้องการแล้วกระต่ายก็หัวเราะเยาะปลาฉลาม ทำให้ปลาฉลามโกรธกระโดดงับหางกระต่ายจนกุด
       จะเห็นได้ว่านิทานเรื่องนี้มีจำนวนตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้อง ลองเอามาผนวกกับวิธีการพับกระดาษแบบหีบเพลงหลายๆชั้นแล้วตัดเป็นรูปตุ๊กตา พอยืดออกมาก็จะได้ตุ๊กตาจับมือยืดยาว
       จากนิทานเรื่องเดิมเรานำมาแปลงเสียใหม่เป็น “กระต่ายกับปลาวาฬ” ลองดูว่าจะเป็นอย่างไร ก่อนอื่นเตรียมกระดาษบางๆจะมีสีหรือไม่มีก็ได้ นำมาต่อให้เป็นแถบยาวๆเพื่อที่จะได้พับไปพับมาแบบหีบเพลง ส่วนความกว้างกำหนดเอาเอง เมื่อพับได้จำนวนพอสมควรแล้วก็เตรียมกรรไกรพร้อมที่จะตัดประกอกการเล่า
วิธีพับและตัด



                  

        
นิทานเรื่อง กระต่ายกับปลาวาฬ
     มีกระต่ายตัวหนึ่งอาศัยอยู่บนชายทะเล (เริ่มใช้กรรไกรตัดกระดาเป็นรูปปลาวาฬ) มันแอบมองออกไปนอกชายทะเล เพราะว่าไกลออกไปในทะเล มีเกาะเล็กๆเกาะหนึ่ง มีหญ้าสีเขียวน่ากินขึ้นเต็มเกาะ เจ้ากระต่ายอยากไปเกาะนั้นจริงๆ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะมันว่ายน้ำไม่เป็น
     ขณะที่เจ้ากระต่ายนั่งมองเกาะด้วยสายตาเหม่อลอย มันก็เหลือบเห็นน้ำพุพุ่งขึ้นจากทะเลตรงหน้ามันพอดี “ใช่แล้ว ปลาวาฬ ... ปลาวาฬใจดี” เจ้ากระต่ายดีใจตะโกนเรียกปลาวาฬ (ตัดปลาวาฬเสร็จพอดี ชูให้เด็กๆดู) ปลาวาฬว่ายเข้าไปใกล้กระต่าย
      “ช่วยพาฉันไปเกาะเล็กๆข้างหน้านั้นทีเถอะ” กระต่ายขอร้องปลาวาฬ ปลาวาฬตกลง แต่ขอใช้วีธีของปลาวาฬดีกว่า โดยปลาวาฬจะเรียกเพื่อนๆมาลอยน้ำเรียงตัวจากชายทะเลไปถึงเกาะ แล้วให้กระต่ายกระโดดไปบนหลังปลาวาฬทีละตัวพร้อมกับช่วยนับปลาวาฬด้วย เพราะมันอยากรู้ว่าเพื่อนปลาวาฬของมันมีทั้งหมดกี่ตัว กระต่ายตกลง เมื่อเพื่อนๆปลาวาฬลอยน้ำเรียงตัวกันครบ เจ้ากระต่ายก็กระโดดไปบนหลังปลาวาฬแล้วนับ “หนึ่งตัว” (ตอนนี้ผู้เล่าคลี่ปลาวาฬออกทีละตัวตามจำนวนนับ) “สองตัว” “สามตัว” ถ้าจะให้กระต่ายนับปลาวาฬไปเรื่อยๆจนครบ ก็จะไม่สนุกเพราะเด็กไม่มีส่วนร่วม จึงแกล้งแต่งนิทานให้กระต่ายนับเลขได้แค่สามตัวเท่านั้น ตรงนี้ก็ถามเด็กๆว่า “อยากช่วยเจ้ากระต่ายนับปลาวาฬหรือเปล่า” เด็กๆก็จะช่วยนับปลาวาฬ ก็เป็น “สี่ตัว” “ห้าตัว” ....”สิบตัว”ไปจนหมดตามจำนวนกระดาษที่พับและตัดเป็นปลาวาฬ
       เมื่อนับปลาวาฬครบ เจ้ากระต่ายก็ได้กินหญ้าแสนอร่อย ปลาวาฬก็รู้จำนวนเพื่อนๆของมัน เด็กๆก็ได้สนุก ได้นับเลข ได้ช่วยกระต่ายและปลาวาฬ ครูก็ได้งานศิลปะเอาไปประดับห้อง
       วิธีเล่าไปตัดไปนี้ ผู้เล่าสามารถตัดกระดาษออกมาเป็นรูปต่างๆได้มากมายก็จะทำให้นิทานสนุกมากยิ่งขึ้น และยิ่งตัดออกมาได้รูปแปลกๆก็จะทำให้เป็นที่สนใจแก่เด็กๆอีกด้วย
  
                     


xn dyurn8m6
nuic,m ,o 8gy88p